สาระน่ารู้

สาระน่ารู้

ตรุษจีนในไทย
泰 国 华 人 的 农 历 春 节
Ta4i guo2 hua2 re2n de no2ng l0 chu1n jie2


เทศกาลตรุษจีนหรือปีใหม่จีนที่ใกล้จะมาถึง หลายๆบ้านก็คงจะจัดเตรียมข้าวของไว้สำหรับไหว้กันหลายอย่างก็นับเป็นภาระอันหนักอึ้งของหลายๆคนเลยทีเดียว สำหรับคนไทยก็คงได้แต่มองชาวจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีนจับจ่ายใช้สอยกันและฟังเสียงประทัดกันอย่างเพลิดเพลินและคงอยากทราบว่าประเพณีนี้เขาทำกันเพื่ออะไรแต่ในทุกกิจกรรมของชาวจีนในวันปีใหม่ล้วนมีความหมายที่แฝงทัศนคติความเชื่อของชาวจีนอย่างชัดเจนทั้งสิ้น

ขจัดสิ่งชั่วร้ายวันใกล้สิ้นปี

เมื่อใกล้ถึงวันสิ้นปีชาวจีนทุกครอบครัวจะทำความสะอาดบ้านเรือนครั้งใหญ่ในรอบปี บางบ้านทาสีใหม่ เพราะหลังจากผ่านฤดูหนาวที่แห้งแล้งไปแล้วบ้านเรือนมักจะมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกถ้าไม่ทำความสะอาดเมื่อถึงฤดูหนาวความชื้นในอากาศจะทำให้สกปรกซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้(นี่ถือเป็นกุศโลบายของชาวจีนในอดีตที่ดีเยี่ยม)

วันจ่าย

เมื่อวันจ่ายมาถึง ทุกบ้านก็จะออกจับจ่ายหาของไหว้ต่างๆรวมถึงทำขนมเข่งและขนมเทียนซึ่งเป็นอาหารสำคัญในการไหว้

ขนมเข่ง ขนมเทียน โดยเฉพาะขนมเข่งเป็นของไหว้ที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลตรุษจีน ในความเชื่อของจีนปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่เทพเจ้าจะขึ้นสวรรค์ไปรายงานเง็กเซียนฮ่องเต้เกี่ยวกับความดีความชั่วของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งเทพเจ้าแห่งครัวขึ้นสวรรค์ต้องเซ่นไหว้ด้วยอาหารรสหวานและเหนียว เพื่อที่ว่าเทพเจ้าองค์นี้จะรายงานเฉพาะเรื่องที่ดีและพูดจาไพเราะหวานหู และความเหนียวจะทำให้เทพเจ้าไม่พูดมาก

วันไหว้ จะไหว้ 3 เวลา คือ

ไหว้ตอนเช้า เป็นการไหว้เทพเจ้า โดยเริ่มจากเช้าไปถึงเที่ยง เชื่อกันว่ายิ่งเช้าเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้นจะทำให้เจริญทำมาค้าขึ้นของไหว้เทพเจ้ามีหมู เป็ด ไก่ สุรา น้ำชา แจไฉ่ (คือ วุ้นเส้น ดอกไม้จีนและเห็ดหูหนู) ขนมเข่ง ขนมเทียน ส้มจีน ฯลฯ รวมทั้งกระดาษเงินด้วย

ไหว้ตอนกลางวัน เป็นการไหว้บิดา มารดา ปู่ย่า ตา ยาย ที่เสียชีวิตแล้ว การไหว้จะใช้เวลาไม่เกินเที่ยง มีของไหว้ 5 อย่าง ผลไม้ 5 อย่าง น้ำชา ซาลาเปา หรือขนมอะไรก็ได้ที่ขึ้นฟู เพราะเชื่อว่าลูกหลานจะได้มีโชคลาภ กระดาษเงิน กระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษ

ไหว้ตอนบ่าย เป็นการไหว้ผีไม่มีญาติที่ผ่านไปมา จึงตั้งไว้หน้าบ้านหลังเที่ยงเป็นต้นไป อาหารจะคล้ายกับการไหว้กลางวันแต่จานจะใหญ่กว่า ปักธูปบนอาหารจานละ 1 ดอก และตัองมีวุ้นเส้นหรือเส้นหมี่เพราะเชื่อว่าผีบางตนปากเล็ก

หลังจากไหว้แล้ว หากเป็นไหว้เทพเจ้าจะเผากระดาษเงิน แต่ถ้าไหว้ผู้ตายที่เป็นญาติมิตรสหายหรือผู้ไม่มีญาติจะเผากระดาษทองและทรัพย์สมบัติอื่นที่ทำจากกระดาษแต่มีเงื่อนไขว่าต้องเผาเสื้อผ้าก่อนเพื่อให้ผู้ตายได้ใส่เสื้อผ้าแล้วจึงมารอรับเงินทองที่จะเผาตามและที่ขาดไม่ได้สำหรับคนจีนสมัยก่อน คือการจุดประทัดหลังจากไหว้ซึ่งเชื่อว่าเสียงดังของประทัดจะขับไล่ความชั่วร้ายและภูตผีปีศาจในบ้านให้หนีไป เขาเชื่อกันว่าผีจีนกลัวไฟและประทัด แต่ในเมืองไทยมักจุดประทัดตามศาลเจ้าหรือขบวนแห่มังกร เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเช่นกัน

วันเที่ยว

ทุกบ้านจะไม่ใช้ไม้กวาด เข็ม และกรรไกรหรือของมีคม เพราะเชื่อว่าเป็นการปัดโชคลาภที่จะมาในปีใหม่ เทศกาลอันเป็นมงคลนี้มีความหมายต่อชาวจีนเป็นอย่างมากเพราะเป็นเทศกาลที่แสดงออกถึงความกตัญญู รู้คุณต่อบรรพบุรุษและความสามัคคีกลมเกลียวกันในหมู่ญาติมิตรซึ่งเป็นคุณธรรมอันโดดเด่นของชาวจีน ถึงแม้ว่าคนไทยจะไม่มีประเพณีการไหว้นี้แต่ก็ขอให้นำตัวอย่างกุศโลบายของการไหว้นี้เป็นเยี่ยงอย่างก็จะดีไม่น้อย

......หลังจากไหว้ หากเป็นไหว้เทพเจ้าจะเผากระดาษเงิน แต่ถ้าไหว้ผู้ตายที่เป็นญาติมิตรสหายหรือผู้ตายไม่มีญาติจะเผากระดาษทองและทรัพย์สมบัติอื่นที่ทำจากกระดาษ......



โสมคน (人 参 re2n she1n)


โสมคน 人参 re2n she1n เป็นสมุนไพรจีนที่ได้รับการกล่าวขานและมีประวัติเรื่องราวที่ใช้ในการรักษาโรคและช่วยชีวิตมายาวนานกว่า 4000 ปี

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับโสมว่า กาลครั้งหนึ่งในปลายฤดูใบไม้ร่วงมีชายหนุ่มสองพี่น้องจะขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์ ชายชราคนหนึ่งกล่าวเตือนด้วยความหวังดีว่า “ หิมะใกล้จะตกแล้ว อย่าขึ้นภูเขาเลย ถ้าบังเอิญเกิดหิมะตกหนักเส้นทางบนภูเขาจะปิด พวกเจ้าจะไม่สามารถลงจากภูเขาได้ ” แต่ชายทั้งสองคนรู้สึกว่าตนทั้งสองยังหนุ่มแน่นร่างกายแข็งแรง จึงไม่สนใจคำเตือนของชายชรานั้น รีบนำเอาธนูและอาวุธล่าสัตว์ขึ้นภูเขาไป

หลังจากล่าสัตว์ได้จำนวนมาก พอดีกับช่วงหิมะกำลังเริ่มตก เส้นทางลงจากภูเขาปิดไม่สามารถลงมาได้ ชายทั้งสองจึงหาถ้ำเพื่อใช้กำบังความหนาว พวกเขาใช้พวกเนื้อสัตว์ที่หามาได้ย่างเป็นอาหาร และขุดหารากไม้และต้นพืชบริเวณใกล้เคียงเพื่อประทังชีวิตและปรุงรสชาติอาหาร

ต่อมาพวกเขาขุดพบรากไม้ที่มีรูปร่างคล้ายคน รสชาติหวานและใช้มันมากินแทนผลไม้ เมื่อกินเข้าไปรู้สึกว่ามีความแข็งแรงและกระฉับกระเฉง แต่พอกินมากเข้ามีอาการเลือดกำเดาไหลจึงลดปริมาณลง กินปริมาณน้อยๆในแต่ละวัน พวกเขายังสามารถออกล่าสัตว์ท่ามกลางหิมะที่ตกอย่างหนักได้ โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย

เวลาผ่านไป 1 ฤดูกาล จากฤดูหนาวสู่ฤดูใบไม้ผลิ หิมะเริ่มละลายพวกเขารอดชีวิตมาได้และนำเจ้าสมุนไพรรูปร่างคล้ายคนกลับลงจากภูเขาพร้อมด้วยเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ ทำให้คนในหมู่บ้านรู้สึกแปลกใจว่าพวกเขารอดชีวิตมาได้อย่างไรอีกทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแรง เมื่อได้ทราบความจริงและเห็นรากไม้ที่มีลักษณะคล้ายคนเช่นนี้แล้ว ผู้อาวุโสในหมู่บ้านเห็นว่ายังไม่มีชื่อเรียกสมุนไพรตัวนี้ จึงเสนอว่า “ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายคน (人re2n) และมันช่วยชีวิตของสองพี่น้องเกิดใหม่อีกครั้ง (生she1ng) จึงควรเรียกมันว่า人生

ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อเรียกจาก 人生re2n she1ng เป็น人参 re2n she1n หรือโสมคน โดยมีคำพ้องเสียงที่คล้ายคลึงกัน