สาระน่ารู้

สาระน่ารู้

小 常 识
xia3o cha2ng sh8
ดวงดาวอายุวัฒนะ


เทพเจ้าแห่งความมีอายุยืนที่มักจะเห็นในการ์ดอวยพรทั่วไป ที่มีชายลักษณะหัวล้านหน้าผากนูนโหนกรูปหน้ายาวเรียว สูง ขาว และมีผม คิ้ว หนวด ขาวยาวเหมือนสำลี ติ่งหูใหญ่ยาวถึงบ่า

มือขวา : ถือไม้เท้าหัวมังกรสัตว์ในเทพนิยายที่มีอายุยืนถึงหมื่นปี ที่คอไม้เท้าห้อยน้ำเต้าที่บรรจุยาอายุวัฒนะไว้ภายใน

มือซ้าย : ถือผลท้อ ซึ่งเป็นผลไม้สวรรค์เป็นสัญลักษณ์ของความมีอายุยืนหากใครได้ทานจะมีอายุยืนยาว

มักจะมาพร้อมเด็กชายรับใช้ ในตำนานเล่าว่าเฒ่าผู้นี้อยู่ในวังทางขั้วโลกใต้ในวังมีสวนใหญ่เต็มไปด้วยต้นไม้และสวนสมุนไพรส่งกลิ่นหอมอบอวล ท่านเป็นอมตะ ผู้คนในแถวขั้วโลกใต้นี้เรียกท่านว่า เซียนแห่งขั้วโลกใต้ หรือเทพเจ้าอายุวัฒนะ จีนมีคำสอนและความเชื่อในเรื่องของจักรวาลว่าแคว้นภาคใต้ของจักรวาลเป็นแดนของชีวิต ส่วนแคว้นทางเหนือเป็นแดนแห่งความตาย เมื่อใดดวงดาวแห่งเทพอายุวัฒนะปรากฏบนท้องฟ้า ความสงบสุขก็จะมีอยู่ทั่วไป ในประเทศจีนจึงมีการบวงสรวงบูชาดาวอายุวัฒนะเพื่อให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขและมีอายุยืนยาวจึงไม่เป็นการแปลกประหลาดแต่อย่างใดที่ในศิลปะของจีนและญี่ปุ่นมักปรากฏภาพของเทพอายุวัฒนะด้วยรูปของคนสูงอายุ ที่มีหน้าผากนูนโหนกและล้าน ซึ่งเป็นลักษณะของความสูงอายุ เทพอายุวัฒนะนี้มีกวางเป็นพาหนะในบางครั้งมีนกกระเรียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมีอายุวัฒนะ

寿ตัวย่อ ตัวเต็ม

อ่านว่า       sho4u       แปลว่า       อายุวัฒนะ

ทับทิม


ทับทิม ภาษาจีน เรียกว่า 石榴sh8 liu ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “ STONE APPLE ” ผลทับทิมกลายเป็นแอปเปิ้ลหินสำหรับฝรั่ง แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรทับทิมก็ยังเป็นผลไม้มงคลของคนจีน เป็นผลไม้ที่มีเมล็ดสีแดงสด มีเมล็ดมาก การใช้ทับทิมเป็นผลไม้ไหว้ตรุษจีนจึงมีความหมายถึง การมีลูกชายมากๆ อีกทั้งชาวจีนยังมีความเชื่อกันว่าทับทิมเป็นไม้มงคล ใบหรือกิ่งทับทิมก็มีอำนาจใช้ทำน้ำมนต์ ใช้พรมน้ำมนต์ กันภูตผีปีศาจ จึงนิยมปลูกทับทิมไว้ในบริเวณบ้าน หรือพกใบทับทิมติดตัวไว้เพื่อเป็นเครื่องรางป้องกันภัย เป็นต้น

สาเหตุที่ทับทิมมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งในประเพณี พิธีกรรม มีเรื่องเล่าว่า เพราะเป็นพืชพันธุ์ไม้ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในเมืองจีนพร้อมกับพุทธศาสนาซึ่งมีประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อครั้งที่สมณะจีนเหี้ยนจัง ผู้ได้รับฉายาใหม่ในภายหลังว่า พระถังซัมจั๋ง ได้ไปอาราธนาพระไตรปิฎกมาจากอินเดีย ท่านได้นำพันธุ์ไม้ต่างๆมาด้วย และหนึ่งในนั้นคือทับทิม นั่นเอง

ประเพณี 清明节Q7ng m8ng เช็งเม้ง


วันเช็งเม็ง (เป็นภาษาแต้จิ๋ว) ภาษาจีนออกเสียงว่าQ7ng m8ng เทศกาลโบราณที่มีประวัติความเป็นมา นานกว่า 2000 ปี เป็นวันที่ลูกหลานชาวจีนถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง โดยจัดให้มีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว การเซ่นไหว้ดังกล่าวเชื่อกันว่าเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีที่บรรพบุรุษได้สั่งสมกันมานานและเพื่อให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป จึงนับเป็นประเพณีที่สำคัญที่ชาวจีนนิยมปฎิบัติกันมาเป็นเวลายาวนาน วันเช็งเม้งจะตรงกับปฏิทินทางสุริยคติในวันที่ 5 เมษายน แต่ระยะเวลาสำหรับเทศกาลวันเช็งเม้งกำหนดค่อนข้างยาว มีการกำหนดไว้สองแบบ คือ ก่อน 10 วันหลัง 8 วันกับ ก่อน 10 วันหลัง 10 วัน

การเซ่นไหว้

ก่อนการเซ่นไหว้จะเริ่มตกแต่งฮวงชุ้ยด้วยกระดาษสีต่าง ๆ จัดกระถางธูป ที่ปักเทียน จัดเครื่องไหว้และเริ่มไหว้เจ้าที่ก่อน ซึ่งเครื่องเซ่นไหว้เหมือนของบรรพบุรุษแต่เพิ่มขนมจันอับ(แต่เหลี่ยง)ซึ่งเป็นขนมแห้งจีนแบบโบราณ มี 5 อย่างได้แก่ ถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบน้ำตาล ฟักเชื่อมและข้าวพอง แล้วจึงไหว้บรรพบุรุษ ระหว่างนั้นมีการเติมน้ำชา และเหล้าเพิ่มเติม 2-3 ครั้ง มีการเสี่ยงทายว่าบรรพบุรุษอิ่ม หรือยัง โดยการโยนเหรียญ 2 อัน ถ้าขึ้นหัวหรือก้อยทั้งสองอัน แสดงว่ายังไม่เรียบร้อย ให้เติมน้ำชาและเหล้าอีก แต่ถ้าเสี่ยงทายขึ้นหัวและก้อยแสดงว่าอิ่มแล้ว

หลังจากนั้นมีการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เพราะเป็นความเชื่อที่ว่า ผู้ตายนั้นสามารถที่จะนำไปใช้ได้หลังชีวิตการตาย และจุดประทัด เพื่อให้มีเสียงดังขับไล่ สิ่งไม่ดี ไม่ให้มา รบกวนบรรพบุรุษ ปัจจุบัน ถือว่าเสียงประทัดยิ่งดังยิ่งดีทำให้ลูกหลานยิ่งรวย

เทศกาลบ๊ะจ่าง


เทศกาลบ๊ะจ่างตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน มีประเพณีที่แพร่หลายทั่วไปในหมูชาวจีนอย่างหนึ่งคือ “วันไหว้บ๊ะจ่าง” หรือ “เทศกาลไหว้ขนมจ้าง” เรียกชื่อตามตำราว่า “โหงวเหว่ยโจ่ย” ปีนี้ตรงกับวันที่ 14 มิถุนายน 2564

โดยอาหารพิเศษนี้ทำด้วยข้าวเหนียวผัดใส่ส่วนผสมต่างๆ ห่อด้วยใบไผ่เป็นรูปสามเหลี่ยม คนจีนจะเรียกว่า “จั่ง” แม่บ้านที่มีฝีมือจะลงมือทำขนมจ้างเอง เรียกว่า “ปักจั่ง” ทำเพื่อรำลึกถึงขุนนางตงฉิน (ผู้ซื่อสัตย์) คนหนึ่งคือ “คุกง้วน” หรือ “ซูหยวน”

ซูหยวนเป็นขุนนางผู้มีความสามารถและมีความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง แต่การกระทำของเขาอาจจะดีเด่นเกินไป จนเป็นเหตุให้บรรดาข้าราชการอื่นๆ อิจฉาริษยา และปรักปรำซูหยวนต่อกษัตริย์รัฐฉู่เป็นประจำ ในที่สุดซูหยวนก็ถูกปลดจากตำแหน่ง ซูหยวนไม่มีโอกาสชี้แจงความจริงแก่กษัตริย์ให้เข้าพระทัยได้ เนื่องจากมีพวกขุนนางสอพลอคอยกีดกันตลอดเวลา เมื่อซูหยวนเกิดความท้อแท้หมดอาลัยได้เขียนกลอนระบายอารมณ์ให้บรรเทาลง บทกลอนของซูหยวนเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนโดยทั่วไป และเมื่อประชาชนได้ทราบถึงเคราะห์กรรมและความอยุติธรรมที่ซูหยวนได้รับ ต่างก็พากันสงสารและเห็นใจเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ต่อมารัฐฉู่ถูกข้าศึกยึดครอง ซูหยวนยิ่งตรอมใจมากขึ้น เมื่อเห็นว่าไม่มีทางที่จะกู้บ้านเมืองได้แล้วจึงตัดสินใจกระโดดฆ่าตัวตาย ในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5

การกระโดดน้ำตายของซูหยวนครั้งนั้น กล่าวกันว่าได้มีชาวประมงและชาวบ้านแถบนั้นจำนวนมากพากันพายเรือควานหาตัวเขา บางคนเอาข้าวและขนมจ้างโยนลงในแม่น้ำเพื่อล่อปู ปลา มากิน เพื่อจะได้ไม่ไปกัดกินศพของซูหยวน

หลังจากนั้น ทุกปีในวันนี้ชาวบ้านก็จัดงานแข่งเรือมังกรกินบ๊ะจ่าง เพื่อเป็นการระลึกถึงซูหยวนและประเพณีนี้ก็ได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ปีนี้ จะตรงกับวันที่ 14 มิถุนายน 2564