ปกิณกะภาษาจีน

ปกิณกะภาษาจีน

การออกเสียงตัวอักษรจีน

ตัวหนังสือจีนไม่เหมือนกับตัวหนังสือไทยเรา ตัวหนังสือจีนเป็นตัวหนังสือที่ไม่ได้บอกการออกเสียงในตัว ถ้าจะอ่านให้ได้ต้องจำทีละตัว เช่นถ้าอยากจะรู้ว่าคนนี้คือนาย ก นาย ข ก็ต้องจำเอาเป็นคนๆไปอย่างนั้นแหละ ตัวหนังสือจีนตัวหนึ่งๆ ถ้าเราไม่เคยเรียนมาก่อนและไม่รู้ความหมายของมัน เราจะอ่านไม่ถูกเลยฉะนั้นโอกาสอ่านผิดจึงมีมากแม้แต่ครูที่สอนหนังสือมาเป็นสิบๆปียังมีสิทธิ์อ่านผิดอย่างไม่รู้ตัว เช่นชื่อท้องที่แห่งหนึ่งในปักกิ่งเรียกว่า “十里堡” อ่านว่า สือหลี่พู่ (sh8 l9 pu4) แต่คนต่างถิ่นเกือบร้อยทั้งร้อยจะอ่านผิดเป็น สือหลี่เป่า (sh8 l9 ba3o4) ซึ่งต่างกับหนังสือไทยที่มีน้อยนักที่เราอ่านไม่ออกหรืออ่านผิดๆ

สาเหตุที่ทำให้อ่านผิดกันบ่อยครั้งนั้นเป็นเพราะว่าในภาษาจีนมีตัวหนังสือจีนที่อ่านได้หลายเสียง หรือเรียกว่าพ้องรูปเป็นจำนวนมากคือหนังสือตัวเดียวอ่านได้หลายเสียงแต่มีความหมายที่ต่างกัน ตัวหนังสือตัวหนึ่งมีหลายความหมายข้อนี้สำหรับคนไทยเราพอเข้าใจได้ เพราะในภาษาไทยก็มีบ้าง แต่เราๆท่านๆ ยากที่จะเข้าใจคือ หนังสือตัวเดียวอ่านได้หลายเสียง เช่นตัว “否” อ่านว่า “โฝ่ว” (fo3u) และ ผี่ (p9) ตัว “调” อ่านว่า เถียว (tia2o) และ เตี้ยว (dia4o) ตัว “朝” อ่านว่า เฉา (cha2o) และ “เจา” (zha1o) เหล่านี้เป็นต้น และความหมายก็แตกต่างกันออกไป คำพ้องรูปเช่นนี้ในภาษาไทยมีน้อยกว่าเขา แต่ในภาษาจีนมีมากมายซึ่งมักจะทำให้หลายคนต้องพลาดพลั้งบ่อยๆ ฉะนั้นผู้เรียนภาษาจีนจึงไม่ควรประมาทอย่าคิดว่าคำนี้เคยเรียนมาแล้ว จะต้องอ่านอย่างนี้แน่นอน

ขอให้เรามาดูตัวอย่างคำพ้องรูปในประโยคต่อไปนี้ ... พอหอมปากหอมคอ



这头象长 出长长 的象牙

ในประโยคนี้ตัวหนังสือ “长” ตัวแรกต้องอ่านว่า “จ่าง” ( zha3ng) ตัวที่สองและสามอ่านว่า “ฉาง” (cha2ng) และสำหรับประโยคนี้ 物价高涨,职员的工资应 相应提高 ตัว “ั应” ตัวแรก ต้องอ่านว่า “อิง” (y7ng) ตัวที่สองต้องอ่านว่า “อิ้ง” (y0ng)



ตัวหนังสือจีนเก่า – ใหม่

ชาวจีนมีการใช้ตัวหนังสือมาบันทึกเรื่องราวไม่ต่ำกว่า 3,000 ปีมาแล้วและตัวอักษรก็มีวิวัฒนาการเรื่อยมาทุกยุคทุกสมัยจากตัวหนังสือจีนภาพมาจนถึงตัวหนังสือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็มีโฉมหน้าต่างกันไปมากจะเห็นดังนี้

ตัวหนังสือจีนมีบันทึกในพจนานุกรม “คังซี” ราชวงศ์แมนจูมีจำนวนสี่หมื่นกว่าตัวและที่มีใช้อยู่ทั่วไปมีจำนวน 5-8 พันตัว จากการประมวลตัวหนังสือที่ใช้อยู่ค่อนข้างบ่อยในสังคมประเทศจีนปรากฏว่ามีประมาณ 3,500 ตัว ประเทศจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี ค.ศ. 1949 ( พ.ศ. 2492) ปี ค.ศ.1950 (พ.ศ.2493) ได้มีการเตรียมการปรับปรุงตัวหนังสือจีนและต่อมาปี ค.ศ.1956 (พ.ศ.2499) ก็เริ่มประกาศใช้ตัวหนังสือที่ปรับปรุงใหม่อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันตัวหนังสือที่ว่านี้มีประมาณ 2,200 กว่าตัว ทุกวันนี้ในฮ่องกง ไต้หวัน และไทยเรายังคงใช้ตัวหนังสือรูปเก่าอยู่ สำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ก็ต้องใช้ตัวเก่าผสมกับตัวใหม่ ตัวหนังสือใหม่มีที่มาที่ไปที่มาอย่างไรบ้าง เขายึดหลักการที่ว่าทุกอย่างต้องให้มันง่ายลงจึงได้เอาตัวหนังสือเก่าที่มีขีดมากมาตัดออกให้เหลือขีดน้อยลง เช่น ตัว飞 — 飞 ,廠 — 厂 ตัดตัวหนังสือที่มีเสียงและความหมายเดียวกัน แต่มีหลายตัวให้เหลือตัวเดียว เช่น 炮 ,砲 ,礮 -- 炮เอาตัวที่มีขีดหวัดมาเขียนให้บรรจง เช่น壶壶,专专,书书 และอีกวิธีหนึ่งก็คือเอาตัวที่มีตัวใหม่อยู่แล้วแต่เขียนต่างกันก็เลือกเอาตัวที่เขียนง่ายเอาไว้ เช่น 对 เลือกใช้ตัว 对 ตัว与 เลือกใช้ตัว 与 เหล่านี้เป็นต้น