ปกิณกะภาษาจีน

ปกิณกะภาษาจีน

เทคนิคการจำอักษรจีน

ครั้งนี้เรามีเคล็ดลับในการเขียนตัวอักษรจีนที่หลายท่านบ่นว่า 很难 he3n na2n แปลว่า ยากมาก แต่เชื่อมั่นว่าถ้าบอกเคล็ดลับช่วยจำนี้ให้แล้ว หลายท่านต้องเปลี่ยนความคิดจนต้องพูดว่า 容易 ro2ng y0 แปลว่า ง่ายมาก ดังจะยกตัวอย่างให้จำได้ง่ายๆว่าเขียนอย่างไรและมีวิธีจำอย่างไร เช่น 泰 ta4i แปลว่า สงบสุข เป็นอักษรจีนที่ออกเสียงคล้ายคำว่า ไทย จึงใช้อักษรตัวนี้แทนคำว่า ไทย ก่อนอื่นต้องนึกถึงองค์ประกอบของตัวอักษรนั้นๆก่อนว่ามีอะไรบ้างดังนี้

ตัว泰 ประกอบด้วย
三    sa1n   แปลว่า   สาม   แทนธงชาติไทย 3 สี
人    re2n   แปลว่า   คน   คนที่อยู่ในประเทศ
水    shui3   แปลว่า   น้ำ   เส้นตรงกลางคือแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนเส้นเล็กๆ 4 เส้นข้างๆ คือแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ที่มารวมกันเกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำสายหลักของประเทศไทย

ทั้งหมดนี้มารวมกันได้เป็นคำว่า泰 ta4i อ่านแล้วคงสงสัยว่ามาเกี่ยวกับธงชาติ , คน และแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างไร อธิบายได้ว่า泰 ta4i ไม่ได้แปลว่า ไทย แต่ในที่นี้เราใช้วิธีจำแบบทับศัพท์ว่า tai คือ ไทย แล้วออกมาเป็นรูปแบบที่อธิบายให้เห็นดังกล่าว ส่วนคำว่า泰 ta4i นั้น หากมารวมกับคำว่า 国 guo2 แปลว่า ประเทศ และ人 re2n แปลว่า คน จะได้คำว่า泰国人ta4i guo2 re2n แปลว่า คนไทย

และตัว 男 na2n แปลว่า ผู้ชาย ประกอบด้วย
                      田 tia2n แปลว่า ที่นา
                      力 l0 แปลว่า ใช้แรง

ดังนั้นคนที่ใช้แรงงานจึงเป็นผู้ชาย男 na2n หากมารวมกับคำว่า朋友 pe2ngyou แปลว่า เพื่อน จะได้คำว่า男朋友na2n pe2ngyou แปลว่า เพื่อนชายหรือแฟนนั่นเอง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทคนิคที่ช่วยในการเรียนเท่านั้น มิได้เป็นหลักเกณฑ์การเขียนของโบราณแต่อย่างใด หากว่าใครอ่านแล้วเกิดแนวความคิดที่จะประดิษฐ์หรือเปลี่ยนแปลงคำต่างๆเพื่อให้ตัวเองจดจำได้ง่ายก็ไม่ว่ากันและคิดว่าจะช่วยให้การเรียนภาษาจีนของท่านง่ายขึ้น


ขำขัน
小 笑 话
xia3o xia4o hua4

เสี่ยวกังให้พ่อดูผลการสอบของตนเองด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง
小 刚 得 意 地 让 爸 爸 看 自 己 的 考 分
xia3o ga1ng de2 y0 de ra4ng ba4 ba ka4n z0 j9 de ka3o fe1n

“ ฮึ ทำไมได้เพียง 80 คะแนน เท่านั้น ”
“ 嗯 ,怎 麽 才 得 了 八 十 分”
en , ze3n me ca2i de2 le ba1 sh8 fe1n


พ่อต่อว่า

“ เวลาพ่อเรียนหนังสือ วิชาประวัติศาสตร์จะได้ 90 คะแนนขึ้นไปเสมอ ”

爸 爸 说 ,
ba4 ba shuo1

“ 我 上 学 的 时 候 ,历 史 考 试 总 是 得 九 十 多 分 。 ”
wo3 sha4ng xu2e de sh8 hou l0 sh9 ka3o sh0 zo3ng shi de2 jiu3 sh8 duo1 fe1n

“ แต่ว่า .. คุณพ่อครับ ” เสี่ยวกังคิดหน่อยหนึ่งแล้วพูดต่อ
“ สมัยที่พ่อเรียนหนังสือนั้น วิชาประวัติศาสตร์มันสั้นกว่าสมัยนี้ ครับ !!! ”

“ 可 是 .. .. 爸 爸 ” 小 刚 想 了 想 说 :
“ ke3 sh0 ba4 ba ” xia3o ga1ng xia3ng le xia3ng shuo1

“您 上 学 的 时 候 历 史 短 啊 !!! ”
n8n sha4ng xue4 de sh8 hou l0 sh9 dua3n a1


แบบฝึกหัดอ่านออกเสียง
绕 口 令
ra4o ko3u l0ng

报 纸 和 刨 子
ba4o zh9 he2 ba4o zi

报 纸 是 报 纸 , 刨 子 是 刨 子。
ba4o zh9 sh0 ba4o zh9 , ba4o zi sh0 ba4o zi

报 纸 能 包 刨 子,不 能 刨 桌 子。
ba4o zh9 ne2ng ba1o ba4o zi , bu4 ne2ng ba4o zhuo1 zi

刨 子 能 刨 桌子,不 能 包 报 纸。
ba4o zi ne2ng ba4o zhuo1 zi , bu4 ne3ng ba1o ba4o zh9

การออกเสียงตัวอักษรจีน

ตัวหนังสือจีนไม่เหมือนกับตัวหนังสือไทยเรา ตัวหนังสือจีนเป็นตัวหนังสือที่ไม่ได้บอกการออกเสียงในตัว ถ้าจะอ่านให้ได้ต้องจำทีละตัว เช่นถ้าอยากจะรู้ว่าคนนี้คือนาย ก นาย ข ก็ต้องจำเอาเป็นคนๆไปอย่างนั้นแหละ ตัวหนังสือจีนตัวหนึ่งๆ ถ้าเราไม่เคยเรียนมาก่อนและไม่รู้ความหมายของมัน เราจะอ่านไม่ถูกเลยฉะนั้นโอกาสอ่านผิดจึงมีมากแม้แต่ครูที่สอนหนังสือมาเป็นสิบๆปียังมีสิทธิ์อ่านผิดอย่างไม่รู้ตัว เช่นชื่อท้องที่แห่งหนึ่งในปักกิ่งเรียกว่า “十里堡” อ่านว่า สือหลี่พู่ (sh8 l9 pu4) แต่คนต่างถิ่นเกือบร้อยทั้งร้อยจะอ่านผิดเป็น สือหลี่เป่า (sh8 l9 ba3o4) ซึ่งต่างกับหนังสือไทยที่มีน้อยนักที่เราอ่านไม่ออกหรืออ่านผิดๆ

สาเหตุที่ทำให้อ่านผิดกันบ่อยครั้งนั้นเป็นเพราะว่าในภาษาจีนมีตัวหนังสือจีนที่อ่านได้หลายเสียง หรือเรียกว่าพ้องรูปเป็นจำนวนมากคือหนังสือตัวเดียวอ่านได้หลายเสียงแต่มีความหมายที่ต่างกัน ตัวหนังสือตัวหนึ่งมีหลายความหมายข้อนี้สำหรับคนไทยเราพอเข้าใจได้ เพราะในภาษาไทยก็มีบ้าง แต่เราๆท่านๆ ยากที่จะเข้าใจคือ หนังสือตัวเดียวอ่านได้หลายเสียง เช่นตัว “否” อ่านว่า “โฝ่ว” (fo3u) และ ผี่ (p9) ตัว “调” อ่านว่า เถียว (tia2o) และ เตี้ยว (dia4o) ตัว “朝” อ่านว่า เฉา (cha2o) และ “เจา” (czha1o) เหล่านี้เป็นต้น และความหมายก็แตกต่างกันออกไป คำพ้องรูปเช่นนี้ในภาษาไทยมีน้อยกว่าเขา แต่ในภาษาจีนมีมากมายซึ่งมักจะทำให้หลายคนต้องพลาดพลั้งบ่อยๆ ฉะนั้นผู้เรียนภาษาจีนจึงไม่ควรประมาทอย่าคิดว่าคำนี้เคยเรียนมาแล้ว จะต้องอ่านอย่างนี้แน่นอน

ขอให้เรามาดูตัวอย่างคำพ้องรูปในประโยคต่อไปนี้ ... พอหอมปากหอมคอ



这头象长 出长长 的象牙

ในประโยคนี้ตัวหนังสือ “长” ตัวแรกต้องอ่านว่า “จ่าง” ( zha3ng) ตัวที่สองและสามอ่านว่า “ฉาง” (cha2ng) และสำหรับประโยคนี้ 物价高涨,职员的工资应 相应提高 ตัว “应” ตัวแรก ต้องอ่านว่า “อิง” (y7ng) ตัวที่สองต้องอ่านว่า “อิ้ง” (y0ng)



ตัวหนังสือจีนเก่า – ใหม่

ชาวจีนมีการใช้ตัวหนังสือมาบันทึกเรื่องราวไม่ต่ำกว่า 3,000 ปีมาแล้วและตัวอักษรก็มีวิวัฒนาการเรื่อยมาทุกยุคทุกสมัยจากตัวหนังสือจีนภาพมาจนถึงตัวหนังสือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็มีโฉมหน้าต่างกันไปมากจะเห็นดังนี้

ตัวหนังสือจีนมีบันทึกในพจนานุกรม “คังซี” ราชวงศ์แมนจูมีจำนวนสี่หมื่นกว่าตัวและที่มีใช้อยู่ทั่วไปมีจำนวน 5-8 พันตัว จากการประมวลตัวหนังสือที่ใช้อยู่ค่อนข้างบ่อยในสังคมประเทศจีนปรากฏว่ามีประมาณ 3,500 ตัว ประเทศจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี ค.ศ. 1949 ( พ.ศ. 2492) ปี ค.ศ.1950 (พ.ศ.2493) ได้มีการเตรียมการปรับปรุงตัวหนังสือจีนและต่อมาปี ค.ศ.1956 (พ.ศ.2499) ก็เริ่มประกาศใช้ตัวหนังสือที่ปรับปรุงใหม่อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันตัวหนังสือที่ว่านี้มีประมาณ 2,200 กว่าตัว ทุกวันนี้ในฮ่องกง ไต้หวัน และไทยเรายังคงใช้ตัวหนังสือรูปเก่าอยู่ สำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ก็ต้องใช้ตัวเก่าผสมกับตัวใหม่ ตัวหนังสือใหม่มีที่มาที่ไปที่มาอย่างไรบ้าง เขายึดหลักการที่ว่าทุกอย่างต้องให้มันง่ายลงจึงได้เอาตัวหนังสือเก่าที่มีขีดมากมาตัดออกให้เหลือขีดน้อยลง เช่น ตัว飞 — 飞 ,廠 — 厂 ตัดตัวหนังสือที่มีเสียงและความหมายเดียวกัน แต่มีหลายตัวให้เหลือตัวเดียว เช่น 炮 ,砲 ,礮 -- 炮เอาตัวที่มีขีดหวัดมาเขียนให้บรรจง เช่น壶壶,专专,书书 และอีกวิธีหนึ่งก็คือเอาตัวที่มีตัวใหม่อยู่แล้วแต่เขียนต่างกันก็เลือกเอาตัวที่เขียนง่ายเอาไว้ เช่น 对 เลือกใช้ตัว 对 ตัว与 เลือกใช้ตัว 与 เหล่านี้เป็นต้น